Categories
Newsletter

จดหมายข่าว วัดป่าซาราโซต้า

February 1, 2020

การซื้อบ้านเพื่อเป็นที่พำนักของพระสงฆ์ได้สำเร็จลงด้วยดี

ขอขอบคุณสาธุชนทุกท่านที่บริจาคเงินทำบุญกับวัดป่าซาราโซต้าตลอดเวลาที่ผ่านมา รวมทั้งผู้บริจาคเพื่อการซื้อบ้านหลังนี้โดยเฉพาะเจาะจง ทำให้การซื้อบ้านสำเร็จไปด้วยดี คณะกรรมการตัดสินใจเลือกซื้อบ้านที่เคยเช่าอยู่หลังนี้ เพราะมีอาณาเขตติดต่อกับที่ดินของวัด สัญญาในการซื้อขายได้เสร็จสมบูรณ์ลงเมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๓ ค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านนี้ เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น  ๑๒๕,๙๔๖.๙๐ ดอลล่าร์

Monks' Residence
บ้านหลังนี้เป็นที่พำนักของสงฆ์แล้ว
งานก่อสร้างวัด

อย่างที่เคยรายงานมาแล้ว การก่อสร้างศาลาอเนกประสงค์และกุฏิสงฆ์ รวมทั้งการปรับพื้นที่ก่อนการก่อสร้าง มีค่าประเมินเป็นจำนวนเงิน ๖๐๐,๐๐๐ ดอลล่าร์ (USD)

ความระมัดระวังในการวางแผนเป็นสิ่งจำเป็น กฎหมายกำหนดว่าเราต้องจัดการกับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ทั้งก่อนและระหว่างการก่อสร้าง การปกป้องสัตว์ป่าสงวนเป็นสิ่งจำเป็น เราชาวพุทธเข้าใจเป็นอย่างดี การไม่ทำร้ายสัตว์เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนี่งในการปฏิบัติตามหลักการของพระพุทธศาสนา  ที่ดินส่วนหนึ่งของวัดได้ถูกระบุให้เป็นป่าสงวน เจ้าของที่มีหน้าที่บำรุงรักษาตามวิธีและขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ของรัฐได้เข้ามาสำรวจที่ดินและได้แยกแยะต้นไม้ต่าง ๆ ที่จะต้องกำจัด และต้นไม้ที่จะต้องตัดเพื่อการเตรียมที่สำหรับการก่อสร้าง เป็นจำนวนร้อยกว่าต้น การกำจัดต้นไม้เหล่านี้เป็นขั้นตอนที่ละเอียดอ่อน และต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินการ ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เคยมีการประเมินไว้เกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ดอลล่าร์ กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่าเราจะต้องเตรียมโครงสร้างเบื้องต้นก่อนที่จะมีการปลูกสร้างใด ๆ ทั้งสิ้นด้วยการจัดการสาธารณูปโภคระดับพื้นดิน ใต้พื้นดิน และเหนือพื้นดิน อาทิเช่น ท่อระบายน้ำ บ่อเก็บกักน้ำ ป่าสงวน ถนน ท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ ทางเดิน ลานจอดรถ ฯลฯ ก่อนการก่อสร้าง ค่าใช้จ่ายในขั้นตอนนี้ประเมินว่ามากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ดอลล่าร์ ด้วยเหตุนี้คณะกรรมการจึงตัดสินใจชะลอการก่อสร้างไว้ก่อน จนกว่าจะมีทุนทรัพย์เพียงพอที่จะทำให้งานสำเร็จ

คณะกรรมการของวัด ขอขอบคุณอาสาสมัครทุกท่านที่เข้ามาช่วยดูแลสถานที่ รวมทั้งการทำและดูแลสวนหย่อมรอบบริเวณที่พำนักสงฆ์

ขณะนี้ทางวัดได้เป็นเจ้าของบ้านที่เคยเช่าหลังนี้แล้ว บางทีการเพิ่มความแน่ใจ และความอิสระในการใช้บ้าน จะทำให้สถานที่นี้เป็นที่น่าสนใจของพระสายวัดป่าที่จะมาปฏิบัติธรรมที่นี่ ทางวัดตั้งใจที่จะบำรุงรักษาสถานที่ให้เหมาะสมกับการเป็นวัดป่าตามหลักของวัดป่าไทยตลอดเวลา จะไม่ใช้ที่ นี้เป็นที่ชุมนุมทางสังคม นอกจากบ้านที่พำนักสงฆ์แล้ว เรายังมีศาลาอีก ๓ หลังในป่าเพื่อใช้ในการปฏิบัติธรรมและนั่งสมาธิ

ถึงแม้ว่าชาวบ้านที่อยู่อาศัยในบริเวณใกล้ ๆ วัดจะยินดีสนับสนุนกิจกรรมของเราเป็นอย่างมาก แต่เราต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่า ถนนลีวีส (Lewis Street) ที่เราใช้เป็นทางเข้าออกอยู่ในปัจจุบันนี้ เป็นถนนสำหรับบุคคลทั่วไป ไม่ใช่ถนนสำหรับเขตธุรกิจ (กฎหมายมองว่าวัดเป็นธุรกิจแบบไม่ค้ากำไร) มันเป็นเรื่องของจรรยาบรรณในการอยู่ร่วมกัน ซึ่งสอดคล้องกับหลักธรรมในพุทธศาสนา เราต้องเคารพในความเป็นส่วนตัวของท้องถิ่น และไม่คุกคามความสงบสุขของเพื่อนบ้าน ฉะนั้นเราต้องทำถนนเข้าออกจากถนนสจ๊วต (Stewart Street) ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะเป็นถนนแบบที่มีท่อด้านล่างให้น้ำผ่านได้

การสรรหาเจ้าอาวาสและพระสงฆ์ที่จะมาอยู่จำพรรษาอย่างถาวร

เรามีความปลาบปลื้มยินดีเป็นอย่างมากที่ท่านเทียบตกลงรับนิมนต์มาจำพรรษาระยะยาว อยู่ที่วัดป่าซาราโซต้าของเรา พวกเราซาบซึ้งกับคำสอนและการสนทนาธรรมะกับท่านในอดีต และยินดีเป็นอย่างมากที่มีโอกาสเช่นนี้อีก

คณะกรรมการยังคงดำเนินการค้นหาเจ้าอาวาส และพระสงฆ์ที่จะมาอยู่จำพรรษาอย่างถาวร จุดประสงค์ของเราคือการหาพระสงฆ์ที่บวชและปฏิบัติในสายวัดป่าในพระพุทธศาสนา การเสาะหาพระนักเทศน์ ที่มีความชำนาญในการเทศนาและคำสอน และชี้แนะนำเราเป็นผู้นับถือศาสนา

ในระหว่างที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการสรรหาพระภิกษุสงฆ์ที่จะมาจำพรรษาอย่างถาวร คณะกรรมการวัดได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์ผู้ปฏิบัติตามสายวัดป่ามาจำพรรษาเป็นการชั่วคราว เพื่อให้ญาติโยมได้มีโอกาสฟังและศึกษาธรรมะอย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น ท่านอาจารย์เทียบจากวัดนอร์ทแคโรไลนา ท่านเดวิดจากวัดป่าธรรมศาลา (รัฐมิชิแกน) ท่านโรเบิร์ตจากวัดป่าอรัญญธรรมาราม (รัฐเวอร์จิเนีย) ท่านวิลาสาจากประเทศมาเลเซีย ท่านอาจารย์เจี๊ยบ และ ท่านรอนจากวัดเมตตา ซานดิเอโก (รัฐแคลิฟอร์เนีย) นอกจากนี้แล้ว ในช่วงสองปีที่ผ่านมา วัดป่าซาราโซต้าของเรายังได้มีพระเกจิอาจารย์หลายรูปด้วยกันมาโปรด ได้แก่ หลวงปู่ทองอินทร์ แห่งวัดป่ากุง จังหวัดร้อยเอ็ด ท่านเจ้าคุณวิทูรธรรมาภรณ์ (สมบัติ ปวิตโต) เจ้าอาวาสวัดแคโรไลน่าพุทธจักรวนาราม ท่านเจ้าคุณวิจิตรธรรมภาณี เจ้าอาวาสวัดฟลอริด้าธรรมาราม (เมืองคิสซิมมี่) ยังความปลาบปลื้มปิติให้แก่พวกเราชาววัดป่าซาราโซต้าเป็นอย่างมาก และนับเป็นบุญกุศลของพวกเรา ที่ได้มีโอกาสกราบและฟังธรรมะ จากพระเถระผู้ใหญ่ที่ได้เมตตา รับนิมนต์ มาถ่ายทอดธรรมะให้แก่พวกเรา

ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ วัดป่าซาราโซต้าได้นิมนต์ท่านเจ้าคุณกาเข่ง เขมโก จากวัดสันติวนาราม ประเทศมาเลเซีย และพระอาจารย์เจี๊ยบ อัคครธัมโม (พระสาโรจน์ เทพพิทักษ์) จากวัดเมตตา เมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย พระทั้งสองรูปนี้ได้อุปสมบทมาเป็นเวลามากกว่า ๓๐ พรรษา

หลวงปู่ทองอินทร์มีกำหนดที่จะมาอเมริกาในเดือนมิถุนายน เป็นเวลาประมาณ๒ อาทิตย์ ทางคณะกรรมการได้นิมนต์ท่านมาวัดป่าซาราโซต้า ๑ อาทิตย์ ส่วนจะเป็นวันไหนนั้น เราจะแจ้งให้ทราบเมื่อเราได้กำหนดวันที่แน่นอนแล้ว เนื่องจากญาติโยมส่วนมากต้องทำงานในวันธรรมดา เราหวังว่าหลวงปู่จะเปิดโอกาสให้ญาติโยมได้เข้ากราบไหว้ในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์ที่วัด

คณะกรรมการวัดป่าซาราโซต้า ขอขอบพระคุณ คุณลุงจอห์น และป้าแดงของเรา ที่ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของวัดเราเรื่อยมาโดยสม่ำเสมอ ท่านทั้งสองเป็นผู้ชี้แนะและให้คำปรึกษาแก่คณะกรรมการมาโดยตลอด

ถ้าท่านใดมีความคิดเห็น เกี่ยวกับการนิมนต์พระมาจำพรรษาที่วัดป่าซาราโซต้าเป็นการชั่วคราว หรือถาวร โปรดเสนอความคิดเห็นของท่านต่อคณะกรรมการ เมื่อท่านมีโอกาสสนทนากับพระสงฆ์ โปรดแสดงเจตจำนงในเรื่องเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของวัดให้ท่านทราบ

งานบุญทอดกฐิน

วัดป่าซาราโซต้าได้มีโอกาสจัดงานทอดกฐินอีกครั้ง ด้วยความกรุณาของท่านเจ้าคุณวิจิตรธรรมภาณี เจ้าอาวาสวัดฟลอริด้าธรรมาราม (เมืองคิสซิมมี่) ที่ท่านได้นำพระสงฆ์มาร่วมประกอบพิธี งานกฐินต้องใช้พระ ๕ รูปเป็นอย่างน้อย ทางวัดซาบซึ้งในความเมตตากรุณาจากท่านเป็นอย่างมาก ท่านเทียบก็เป็นกำลังสำคัญที่ทำให้งานสำเร็จได้โดยราบรื่นด้วยดี

Kathina 2020
With gratitude to Venerable Chao Khun Phra Vijitrdhammapani, the Abbot of Wat Florida Dhammaram in Kissimmee, SFM has been able to celebrate Kathina two years in a row. Kathina requires a minimum of five monks to commemorate the event, and it would be พิธีถวายผ้ากฐิน
Kathina 2020
ดร. วิกรมและภรรยาเป็นประธานในงานทอดกฐินครั้งนี้Kathina 2019
การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

ท่านเทียบกำลังจะกลับมาประจำ ณ วัดป่าซาราโซต้าในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ ในเวลานั้นเราจะกลับมาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเป็นประจำอีกครั้งหนึ่ง คณะกรรมการจะแจ้งรายละเอียดให้ทุกท่านทราบ เมื่อเราได้ปรึกษาท่านเทียบเป็นที่แน่นอนแล้ว

การจัดกิจกรรมเพื่อหารายได้เข้าวัด

การดำเนินงานของวัด รวมทั้งการนิมนต์พระภิกษุสงฆ์มาจำพรรษาที่วัด และงานก่อสร้างที่จะมีขึ้นในอนาคตนั้นต้องอาศัยจตุปัจจัยจากญาติโยมบริจาคกันมา ทางวัดต้องจัดงานเพื่อหารายได้เข้าวัดอย่างต่อเนื่อง เรากำหนดการจัดงานเพื่อหารายได้ครั้งหน้าในวันที่ ๑๘ เดือนเมษายน ๒๕๖๓ ณ เวนิชกาเด้นท์ (ที่เดิม 406 Shamrock Blvd., Venice, Florida 34293)

เรายังต้องการอาสาสมัครเพิ่ม เรียนเชิญทุกท่านที่สนใจค่ะ

ด้วยรักและเมตตา,

จากคณะกรรมการวัดป่าซาราโซต้า

Sarasota Forest Monastery

520 Lewis Street, Englewood, Florida 34223

Categories
Newsletter

SFM Newsletter – February 2020

January 25, 2020

We intend to keep our audience informed of the progress of SFM as much as possible through our website: https://www.sarasotaforestmonastery.org . In addition, as time permits, we summarize the same information in the SFM Newsletter so that everyone interested in our monastery can learn about our planned activities for the year and to serve as information for anyone who wishes to participate in our future activities.

Monks' Residence
Acquisition of 520 Lewis Street for Monks’ Residence completed!

First, the SFM Board would like to thank everyone who contributed to the recent purchase of the rental house.  We found it to be the most appropriate for use as monks’ residence due to its location being adjacent to the main property. The closing was completed on January 3, 2020, and the cost for this acquisition was $125,946.90.

MONASTERY BUILDING CONSTRUCTION

As mentioned in the past, the preliminary estimates to construct the Monastery on the Stewart Street property as planned are approximately $600,000.

Careful planning is a must. The law requires that we address the environmental issues prior to and during construction. Protection of endangered species is a must, but as we all know, not harming any animals is a key aspect of Buddhist principles that we will adhere to. Part of our property is designated as wetland and its maintenance per regulations is our responsibility. The county has identified certain invasive plants to be removed. There are over 100 trees, including those to accommodate infrastructure, which need to be removed. The process of removing these trees is tedious, and the cost is projected to be nearly $100,000.  Prior to any building construction, we are required to complete infrastructure (storm drainage, retention ponds, wetland protection, roads, water/sewer lines, sidewalks, parking, etc.) which is expected to cost over $300,000.  The Board decided to delay construction work until sufficient funds are available.

We want to thank all of our volunteers who are helping with the upkeep of the Monastery properties, including those who come in from time to time and tend to the garden.

Now that SFM has ownership of the house, perhaps this added availability will allow us to invite monks to spend time at our monastery. We intend to keep the monks’ residence serene at all times per Thai Forest Tradition and not to be used for social gatherings, etc. In addition to the monks’ residence, we also have three platforms in the forest for meditation.

We are in the process of adding the entry way from Stewart Street with integrated culverts in the very near future to reduce the burden from Lewis Street which is designated for residential traffic. Our neighbors are exceptionally friendly and supportive.  Consistent with Buddhist principles, it is imperative that we respect their privacy and expectations.

RESIDENT MONKS FOR THE SFM

We are very pleased that Bhante Thiep has accepted our invitation to stay at SFM on a long-term basis. We have enjoyed his teachings as well as Dhamma discussions with him in the past and greatly appreciate the opportunity to continue these experiences again.

We continue to search for resident monks as well as an Abbot for the SFM. Our objective is to find monks who follow the Buddhist Forest Tradition, along with Vinaya codes. Admittedly it is quite ambitious to find a scholar who is fluent in sermons and Buddhist teachings to guide us as our devotees deserve the best.

Meanwhile, we continue to invite monks who respect the codes of forest traditions to come and stay on a temporary basis to conduct sermons, meditation sessions, and provide guidance to lay practitioners. So far, each visiting monk has been instrumental to our practice, and we appreciate their teaching.  In addition to extended stays by Bhante Thiep from North Carolina, visiting monks over the past several years include Bhante Vilasa from Malaysia, Phra David from Dhammasala Forest Monastery in Michigan, Phra Robert from Forest Dhamma Monastery in Virginia, and Ajahn Jiab and Phra Ron from Wat Metta in San Diego. In addition, in 2018 and 2019, SFM was been blessed with visits from several senior Ajahns (teachers) including Luang Por Thong-In from Thailand, Tahn Chao Khun from North Carolina, and Tahn Chao Khun Vijitrdhammapani from Kissimmee. Visits from all of the venerable monks have helped to inspire and uplift the community, provide cherished opportunities to hear the Dhamma, and practice with the example of masters.

At the time of this writing, we have Venerable Chao Khun Keng Khemako (Ajahn Keng) and Ajahn Jiab scheduled to visit for a week in February. Ajahn Keng is a Singaporean monk and the Abbot of Santi Forest Monastery in Malaysia. Both monks have over 30 years in robe.

Luang Por Thong-In has a planned visit to the United States in the month of June. During this visit, the Board has invited Luang Por to SFM. His visit is tentatively scheduled for the week of the 22nd. We will ask Luang Por to stay at our monastery during the weekend so that our members who work during the week may have the opportunity to meet with him.

It would be seriously remiss not to mention the continuing support from John and Daeng Raab since the onset of SFM. They have been assisting us on all fronts, including in our search for monks and providing guidance to the Board as much as necessary.

Please let the Board know if there are other ideas or if anyone is able to explore further options regarding visiting monks or resident monks.  Please remember to emphasize our mission and objectives while talking to the monks. 

KATHINA
Kathina 2020
With gratitude to Venerable Chao Khun Phra Vijitrdhammapani, the Abbot of Wat Florida Dhammaram in Kissimmee, SFM has been able to celebrate Kathina two years in a row. Kathina requires a minimum of five monks to commemorate the event, and it would be nearly impossible without his help. His kindness has made it possible to organize the event. Of course meritorious initiatives by Bhante Thiep are respectfully admired as well.
Kathina 2020
Kathina 2019
MEDITATION PRACTICE

Bhante Thiep is expected to return to SFM at the end of March, and we will resume the weekly meditation sessions at that time, if not before. As soon as the details of the program are confirmed, we will share them with you.

FUNDRAISING

In order to operate the SFM, including inviting visiting monks, and to complete future projects, we appreciate continued donation from our devotees. We will continue to organize fundraising activities, including, but not limited to, the Spring Festival on the evening of April 18 2020. The event will be held at Venice Gardens Civic Center located at 406 Shamrock Blvd., Venice, Florida 34293.

Any other volunteers and fundraising ideas are welcome.

Categories
Newsletter Uncategorized

จดหมายข่าว วัดป่าซาราโซต้า

March 28, 2019

เรียน สาธุชนผู้ใจบุญทั้งหลาย

การจัดงานทอดกฐินสามัคคีครั้งที่ ๑ มีวัตถุประสงค์ขอการจัดงานเพื่อหารายได้ นำไปใช้จ่ายในการก่อสร้างวัดและดำเนินกิจการต่างๆของทางวัด งานได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ได้รับยอดเงินทำบุญทั้งสิ้น๒๖,๔๖๕ เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ ๘๔๖,๐๐๐ บาท จากผู้มีจิตศรัทธาทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและอเมริกา คณะกรรมการวัดขอขอบพระคุณญาติธรรมมั้งหลายที่ได้ร่วมทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจในการทำกิจกรรมต่างๆเพื่อให้การจัดงานทอดกฐินสามัคคีครั้งที่ ๑ สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

ปฐมกฐิน

ขอแสดงความยินดีกับประธานและผู้ร่วมงานปฐมกฐิน ทุกท่าน

คณะกรรมการวัดป่าซาราโซต้า ได้จัดทำจดหมายข่าวเพื่อรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินการก่อสร้างวัด และเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆของวัดดังนี้

งานก่อสร้างวัด  คณะกรรมการขอรายงานความก้าวหน้าในการก่อสร้างวัดซื่งค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้างแบ่งเป็น ๒ ส่วน ดังนี้

  • ·       ส่วนของการปรับพื้นที่ (ค่าขอใบอนุญาต ค่าขนย้ายสัตว์ป่าโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ ค่าถางป่าและปรับระดับพื้นผิว) เป็นจำนวนเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ดอลล่าร์
  • ·       ค่าก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ และกุฏิขนาดเล็ก เป็นจำนวนเงิน ๒๐๐,๐๐๐ ดอลล่าร์

รวมทั้งสิ้นเป็นเงินประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ดอลล่าร์ ซื่งเป็นงบประมาณค่าก่อสร้างที่สูงมาก ในขณะที่ปัจจุบัน วัดมีเงินที่ได้รับจากการบริจาคมั้งสิ้น ๑๙๐,๐๐๐ ดอลล่าร์ เงินจำนวนนี้ต้องแบ่งไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่างๆของวัด ที่ประชุมคณะกรรมการจืงเห็นควรให้ชะลอการดำเนินงานก่อสร้างไว้ก่อน จนกว่าจะมีเงินทุนมากเพียงพอสำหรับการดำเนินงานก่อสร้างวัด

การจัดกิจกรรมเพื่อหารายได้ในการก่อสร้างวัด เนื่องจากทางวัดยังขาดทุนทรัพย์อีกเป็นจำนวนมาก ที่จะนำไปใช้จ่ายในการก่อสร้างถาวรวัตถุต่างๆ อาทิเช่นอาคารอเนกประสงค์ กุฎิขนาดเล็กจำนวนหลายหลังในพื้นที่ป่า คณะกรรมการจึงเห็นควรให้มีการจัดกิจกรรมต่างๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อระดมทุนจากผู้มีจิตศรัทธาบริจาคทุนทรัพย์เพื่อสร้างวัดต่อไป

การดำเนินการเกี่ยวกับที่พักชั่วคราวของพระสงฆ์ ปัจจุบันคณะกรรมการได้เช่าบ้านเลขที่ 520 Lewis St., Englewood, FL 34223 เพื่อใช้เป็นที่พักชั่วคราวของพระสงฆ์และใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา ในระหว่างที่รอการก่อสร้างถาวรวัตถุอื่นๆ ขณะนี้ค่าเช่าบ้านและค่าน้ำค่าไฟ เป็นเงินประมาณ ๑,๐๐๐ ดอลลาร์ (๓๒,๐๐๐ บาท) ต่อเดือน

ท่านพระอาจารย์เทียบ ตั้งแต่ระยะแรกที่เริ่มดำเนินการก่อสร้างวัดป่าซาราโซต้า ท่านอาจารย์เทียบ ซึ่งเดิมบวชและจำพรรษาอยู่ที่วัดในรัฐนอร์ทแคโรไลนา ท่านได้ย้ายมาอยู่จำพรรษาที่วัดป่าซาราโซต้า ตลอดระยะเวลา ๒ ปีที่ผ่านมา ท่านได้เมตตา ทุ่มเทถ่ายทอดพระธรรมคำสอนแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และการฝึกสมาธิ ให้แก่ญาติโยมทั้งคนไทยและต่างชาติ ในขณะเดียวกัน ท่านก็ได้ศึกษาพระธรรมและ ปฎิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด เป็นที่เคารพเลื่อมใสแก่พวกเราเป็นอย่างมาก หลังจากงานทอดกฐินสามัคคีที่ผ่านมา ท่านได้ปรารภกับญาติธรรมว่า ท่านมีความประสงค์ที่จะจำวัดอยู่ที่วัดป่าซาราโซต้าจนถึงช่วงเข้าพรรษาปี ๒๕๖๑ แล้วท่านจะออกเดินทางไปปลีกวิเวกเพื่อปฎิบัติธรรม พวกเรารู้สึกใจหาย แต่ก็เคารพในปฏิปทาของท่าน และขอกราบขอบพระคุณอาจารย์เทียบสำหรับข้อคิด หลักธรรม และพระธรรมคำสอน ที่ท่านได้เพียรถ่ายทอดให้พวกเราตลอดมา

การสรรหาเจ้าอาวาส และพระสงฆ์ที่จะมาอยู่จำพรรษาอย่างถาวร การสรรหาพระภิกษุสงฆ์สายวัดป่าที่สามารถถ่ายทอดธรรมะ สนทนาธรรม ให้คำปรึกษา ชี้แนะแนวทางการปฏิบัติวิปัสสนา เทศน์เป็นภาษาอังกฤษได้ดี และเป็นพระภิกษุที่เข้าใจพื้นเพของวัฒนธรรมไทยและอเมริกัน เพื่อที่จะได้เป็นที่ยอมรับของทั้งคนในพื้นที่ และผู้สนับสนุนวัดป่าซาราโซต้าที่อยู่ที่ประเทศไทยนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

แผนการในระยะยาว คณะกรรมการวัดมีเป้าหมายที่จะนิมนต์พระภิกษุที่มีปฏิปทา เป็นที่เคารพเลื่อมใส เป็นพระนักเทศน์ สามารถถ่ายทอดหลักธรรมคำสอน และชี้แนะการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานให้แก่ญาติโยมได้อย่างละเอียดลึกซึ้ง คณะกรรมการวัดป่าซาราโซต้าและญาติโยม ได้มีการประชุมปรึกษากันอย่างต่อเนื่องในหลายระดับ และได้มีการติดต่อกับวัดต่างๆ ทั้งในประเทศอเมริกาและประเทศไทย ในปีที่ผ่านมาคุณ Matt Sabo ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการวัด ได้ไปเยือนวัดป่าหลายแห่งในอเมริกา เช่น Temple Forest Monastery (รัฐนิวแฮมเชอร์) ซึ่งเป็นวัดป่าสายหลวงปู่ชา คุณ Alex ซึ่งเป็นอีกผู้หนึ่งที่สนับสนุนวัดป่าซาราโซต้า ได้นิมนต์พระสงฆ์ที่วัด Forest Dhamma Monastery (รัฐเวอร์จิเนีย) เพื่อมาเยี่ยมชมวัดป่าซาราโซต้าอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ดร.วิกรม ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการวัดป่าซาราโซต้าชุดปัจจุบัน ได้ติดต่อกับพระสงฆ์อีกหลายๆรูปในรัฐฟลอริดาและในประเทศศรีลังกา ทั้งนี้เนื่องจากพระภิกษุที่บวชและปฎิบัติในสายวัดป่า จะมีอยู่ในประเทศไทย ศรีลังกา และพม่าเท่านั้น

ในระหว่างที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการสรรหาพระภิกษุสงฆ์ที่จะมาอยู่จำพรรษาอย่างถาวร คณะกรรมการวัดจะนิมนต์พระภิกษุสงฆ์จากวัดต่างๆ ทั้งในประเทศอเมริกาและประเทศไทย รวมถึงพระธรรมทูตจากประเทศไทยหรือศรีลังกา ที่ได้เดินทางมาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศอเมริกา ให้มาพำนักที่วัดป่าซาราโซต้าเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ เช่นหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน เพื่อให้ญาติโยมได้มีโอกาสฟังและศึกษาธรรมะอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ในระยะเวลาที่ผ่านมาได้มีพระภิกษุมาพำนักที่วัดป่าซาราโซต้าหลายรูป เช่น ท่านเดวิดจากวัดป่าธรรมศาลา (รัฐมิชิแกน) ท่านโรเบิร์ตจากวัด Forest Dhamma Monastery (รัฐเวอร์จิเนีย) ท่านอาจารย์เทียบจากวัดนอร์ธแคโรไลนา และท่านรอน จากซานดิเอโก นอกจากนี้เมื่อปี ๒๕๖๑ วัดป่าซาราโซต้าได้ให้การต้อนรับพระเกจิอาจารย์หลายรูปด้วยกัน ได้แก่หลวงปู่ทองอินทร์ แห่งวัดป่ากุง จ.ร้อยเอ็ด ท่านเจ้าคุณวิธูรธรรมาภรณ์ (สมบัติ ปวิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดแคโรไลน่าพุทธจักรวนาราม และท่านเจ้าคุณวิจิตรธรรมภาณี เจ้าอาวาสวัดฟลอริดาธรรมาราม (เมืองคิสซิมมี่ ฟลอริดา) ยังความปลื้มปิติให้แก่พวกเราชาววัดป่าซาราโซต้าเป็นอย่างมาก และนับเป็นบุญกุศลของพวกเรา ที่ได้มีโอกาสกราบและฟังธรรมะ จากพระเถระผู้ใหญ่ที่ได้เมตตา รับนิมนต์ มาถ่ายทอดธรรมะให้แก่พวกเรา

นอกจากนี้ คุณจอห์น (John Raab) และคุณแดง สองสามีภรรยาซึ่งเป็นหนึ่งในทีมผู้บุกเบิกก่อสร้างวัดป่าซาราโซต้า หลังจากที่อยู่ในอเมริกาหลายสิบปี ปัจจุบันท่านทั้งสองได้กลับไปอยู่ที่อ.ปากช่อง ท่านได้เพียรพยายามอย่างไม่ลดละ ที่จะติดต่อวัดป่าหลายแห่งทั้งในประเทศอเมริกาและประเทศไทย เพื่อนิมนต์พระเถระผู้ใหญ่ ให้มาเยี่ยมชมวัดป่าซาราโซต้าและรับวัดไว้เป็นวัดสาขา โดยท่านทั้งสองได้เดินทางไปกราบพระอาจารย์ Geoff ที่วัดเมตตา (รัฐแคลิฟอร์เนีย) และพระอาจารย์กรุณาธัมโม ที่วัดป่าอภัยคีรี (รัฐแคลิฟอร์เนีย) ซึ่งพระอาจารย์ทั้งสองรูปนี้ เป็นพระภิกษุชาวอเมริกันที่ได้บวชเรียนที่ประเทศไทยเป็นเวลาหลายปี ก่อนที่จะกลับไปจำพรรษาที่วัดป่าในประเทศอเมริกา คุณจอห์น และคุณแดงยังได้ไปปรึกษาและขอคำแนะนำจากพระอาจารย์อีกหลายท่าน ณ วัดหนองป่าพง วัดป่านานาชาติ และวัดมาบจันทร์ จ.ระยอง โดยท่านพระอาจารย์อนันต์ เจ้าอาวาสวัดมาบจันทร์ ได้เมตตาให้คำปรึกษาเป็นอย่างดี ซึ่งคณะกรรมการวัดป่าซาราโซต้า อาจจะนิมนต์ท่านพระอาจารย์อนันต์มาเยี่ยมชมวัดป่าซาราโซต้าด้วยตนเองต่อไป

คณะกรรมการวัดป่าซาราโซต้า ได้ริเริ่มจัดตั้งกองทุน เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางของพระสงฆ์ที่จะมาเยี่ยมเยียนวัดป่าซาราโซต้า คณะกรรมการวัดยินดีรับเงินบริจาคจากทุกท่านที่มีความประสงค์จะทำบุญ เพื่อเป็นกองทุนสนับสนุนค่าใช้จ่ายดังกล่าว

ในระหว่างที่ทางวัดกำลังสรรหาพระภิกษุสงฆ์ ที่จะมาประจำที่วัดป่าซาราโซต้า ขอให้ญาติโยมชาววัดป่าซาราโซต้า ศึกษาธรรมะ ฟังข้อคิดดีๆจากพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ โดยพระเถระผู้ใหญ่ในประเทศไทยหลายท่าน ได้แนะนำให้เริ่มศึกษาธรรมะเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน จากสื่อทางอินเตอร์เน็ตที่เชื่อถือได้ เช่น www.nalanda.org.my และ www.paccaya.org เป็นต้น

หากท่านมีคำแนะนำเพิ่มเติม เกี่ยวกับการสรรหาพระสงฆ์ที่จะมาเยี่ยมเยียน หรืออยู่ประจำวัดป่าซาราโซต้า ทางคณะกรรมการวัดยินดีที่จะรับฟังคำแนะนำ กรุณาติดต่อเรา

การระดมทุนเพื่อสร้างวัดป่าซาราโซต้า เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการปรับพื้นที่และก่อสร้างวัดนั้น ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก ยอดเงินสะสมที่ทางวัดมีในขณะนี้ ยังไม่เพียงพอที่จะเริ่มดำเนินการได้ นอกจากนี้ ภายหลังจากที่การก่อสร้างตัวอาคารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ยังมีส่วนของค่าใช้จ่ายในการทำนุบำรุงตัวอาคารสถานที่ และค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆเพิ่มเติม ทางคณะกรรมการจึงดำเนินการหารายได้โดยวิธีต่างๆเช่น จัดงานเทศกาลอาหารไทยปีละสองครั้ง ซึ่งเป็นงานที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างดี งานขายของ (garage sales) ซึ่งเป็นการขายของมือสองคุณภาพดี ที่ได้รับจากการบริจาค และนำรายได้จากการขายเข้าวัด หากท่านผู้ใดมีความประสงค์ที่จะเป็นอาสาสมัครช่วยงาน หรือมีความคิดที่จะระดมทุนโดยใช้วิธีอื่น ทางวัดยินดีรับฟังคำแนะนำจากทุกๆท่าน

ปัจจุบันนี้ วัดป่าซาราโซต้ายังขาดทุนทรัพย์เพื่อใช้ในการก่อสร้างวัดอีกเป็นจำนวนมาก คณะกรรมการวัดจึงใคร่ขอสาธุชนทั้งหลาย มาร่วมมือ ร่วมใจ ร่วมศรัทธา มาร่วมกันสร้างวัดป่าซาราโซต้าเพื่อใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และสืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไป

อนุโมทนาบุญทุกท่าน

คณะกรรมการวัดป่าซาราโซต้า

Categories
Newsletter

SFM NEWSLETTER – February 2019

With this February newsletter, we intend to share status of the Sarasota Forest Monastery (SFM) and planned activities for the year.

MONASTERY BUILDING CONSTRUCTION

Preliminary estimates to construct the Monastery on the Stewart Street property as planned are on the order of $600,000. 

ENVIRONMENTAL AND SITE PREPARATION ACTIVITIES (INCLUDING PERMITTING) THAT NEED TO PRECEDE ANY BUILDING CONSTRUCTIONS (INCLUDING KUTIS) ARE EXPECTED TO BE ABOUT $400,000.  OUR CURRENT BUDGET OF UNDER $200,000 DOES NOT PERMIT US TO TAKE ON THAT CHALLENGE AT THIS POINT.

While continuing our fundraising activities, we intend to delay construction work until sufficient funds are raised. Of note, there will be platforms in the wooded area for meditation by the Monks.  We are hopeful that we will reach our goal but do not want to start activities until we are on a strong financial footing.  We intend to discuss our plans to delay the construction with the county while keeping the permits they already approved.

In terms of the Monks’ residency, we’re leaning towards purchasing the 520 Lewis Street property.  We are in the process of reviewing background information.  We understand that, under the forest tradition, the Monks’ residence should be serene at all times and should not be used for gatherings, etc.  As such, we are discussing how we make sure that the Monks’ independence and reverence are honored while we perform our duties, including food offerings.

RESIDENT MONK(S) FOR THE SFM

Bhante Thiep’s decision to leave the SFM for an indefinite period was somewhat unexpected.  Bhante, who practiced high-end Buddhist doctrines intensely, has been an ardent leader of the SFM.  We all know the sleepless nights he spent studying Thripitaka and meditating.  We also appreciate how well he conducted Dhamma discussions with us.  While guiding us laypeople, it is not a secret how tirelessly the Monks of the Forest Tradition practice Buddhist doctrine to achieve the ultimate goal of Nibbana.  So, with all due respect, we recognize Bhante’s decision to move on where he can fully focus on the four Noble Truths along with Samma Sathi and Samma Samadhi.  Thank you, Bhante, for your unwavering kindness to us and dedicated service to the SFM!

In terms of finding a resident monk(s) and/or an Abbot, we are looking into both short-term and long-term solutions.  Obviously, our objective is to find a monk(s) who follows the Buddhist Forest Tradition along with the applicable Vinaya codes.  Other qualities we are looking for include a scholar on Buddhist teaching/discourses, fluent in sermons, and one who can effectively guide us through meditation practices.  Yes, those are very high goals but we believe all our devotees deserve the best.  Bhante Thiep emphasized several times the importance of finding the ‘right’ monk/abbot.

As for the short-term, we would like to have (visiting) monks who would respect the codes of forest traditions to come and stay on for shorter durations to conduct sermons, practice, and provide some guidance to lay practitioners.  Please note that these are temporary stays.  In this regard, we have been exploring possible such visits with some monks in Florida, including monks visiting the US from Thailand and Sri Lanka for short-term missionary work and meditation retreats, and those who live in other states.  SFM has been fortunate to have forest monks coming to visit over the past several years including Phra David from Dhammasala Forest Monastery in Michigan, Phra Robert from Forest Dhamma Monastery in Virginia, Bhante Thiep from North Carolina, and Phra Ron from a monastery in San Diego. In addition, during 2018, SFM was been blessed with visits from several senior Ajahns (teachers) including Luang Por Tong-In from Thailand, Tan Chao Khun from North Carolina and Tan Chao Khun from Kissimmee. Visits from all of the venerable monks have helped to inspire and uplift the community, to provide cherished opportunities to hear the Dhamma and practice with the example of masters.

In terms of ongoing efforts to invite monastics to come stay, SFM board members and other lay supporters have continued to network with other monasteries. Matt has visited several monasteries here in the US over the past year and discussed the current status of SFM with monks and lay supporters at various temples, including Temple Forest Monastery in New Hampshire. (Temple Forest Monastery is monastery in the Thai forest tradition, Ajahn Chah lineage.)  Monks from Temple Forest Monastery offered encouragement for the ongoing efforts for Sarasota Forest Monastery’s project.  SFM has formally invited the monks to come visit, although they are currently in the middle of their winter retreat.  Another lay supporter from Tallahassee (Alex) recently also successfully made contact with Forest Dhamma monastery in Virginia with an open invitation to the monks staying there.  In addition, Wick has been in touch with some monks, including those in Florida and Forest Tradition monks in Sri Lanka.  For those who may not know, Forest Tradition prevails primarily in Thailand, Sri Lanka, and Burma with limited practice in India; monks from those countries maintain good inter-monastery (between countries) relationships.  In the meantime, we have initiated a fund to support the visiting Monks’ travel, primarily within US. SFM welcomes any donations to travel fund for visiting monks.

John and Daeng Raab, while here in Florida and now in Thailand, have been working tirelessly to identify a long-term solution.  There have been visits to both Wat Metta in San Diego ( www.WatMetta.org ) and Wat Abhayagiri ( www.abhayagiri.org ) in Redwood Valley, California.  Invitations to both Ajahn Geoff at Wat Metta and Ajahn Karunadhammo were extended to come for as much time as their schedules will allow.

In Thailand, visits were made to Wat Nong Pah Pong ( www.forestsangha.org ), Wat Pah Nananchat ( www.watpahnanachat.org ) in Ubon Ratchathani province and Wat Marp Jan ( www.watmarpjan.org ) in Rayong province.  Ajahn Anan, Abbott of Wat Marp Jan is currently helping us identify some solutions.  His assistance may require several trips to SFM to determine the strength of practice in the SFM Community.

FINDING A WELL-PRACTICED MONK(S) UNDER FOREST MONASTERY TRADITION WHO IS PROFICIENT IN ENGLISH AS WELL AS UNDERSTANDING THE CUSTOMS AND BACKGROUND OF THE NATIVE LAY COMMUNITY IS LIKE FINDING A DIAMOND IN THE ROUGH. 

In the entire world there are only a handful of people who fit these requirements.  It’s important that both the monastic community and the lay community, who depend upon each other for support, have a chance to get to know each other.  A long-term relationship, like a marriage, requires time to become familiar on the part of both parties.  Both parties need patience and forbearance during the search phase.

In the interim, all members of the SFM Community are encouraged to establish and maintain good relationships with monks who are well-practiced. 

WE ALSO ENCOURAGE PRACTICING MEMBERS TO CONTINUE TO MEET AND STUDY WAYS THE LORD BUDDHA’S TEACHINGS CAN BE APPLIED TO OUR LIVES. 

Several senior monks in Thailand have praised lay organizations such as Nalanda Institute in Malaysia ( www.nalanda.org.my ) and Paccaya Foundation ( www.paccaya.org ) in Thailand, where lay people come together to learn about and practice Dhamma in their daily lives.

Please let us know if there are other ideas or if anyone is able to explore further options regarding visiting monks or resident monks.  Please remember to emphasize our mission and objectives while talking to the monks. 

FUND RAISING

As we mentioned earlier, we need a much larger fund than what we have in order to embark on constructing the SFM buildings on the Stewart Street property.  We also want to be mindful about long-term maintenance of the SFM following construction, which can be a significant budgetary commitment.  We are not certain whether we have such continuing commitments yet.

With all that in mind, we will continue to organize fundraising activities.  Our near-term effort is to have the fundraising dinner as part of the Thai Spring Festival on March 30 (Saturday) in Venice (Flyer attached).  Any other volunteers and fundraising ideas are welcome.

WITH METTA,
THE SFM BOARD

1 Likes